ในปัจจุบันดนตรีมีอยู่หลายแบบที่ถูกนำมาผสมผสานเพื่อให้เกิดความแปลกใหม่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น ทำให้เห็นดนตรีแบบอื่น แต่แบบดั้งเดิมก็สูญหายไปเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป และหากไม่มีใครนำมาเล่นหรือต่อยอด ทุกคนอาจลืมว่าเคยมีดนตรีแนวนี้อยู่ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือเพลงคันทรีนั่นเอง เพราะเป็นแนวซึ่งหลายคนไม่รู้จักมาก่อน โดยจะพูดถึงในบทความนี้ว่าเป็นเพลงแบบใด
ว่าด้วยเรื่องของแนวเพลงคันทรี
แนวเพลงคันทรีที่เป็นสากล สามารถพูดง่าย ๆ ให้เข้าใจไม่ยากว่าเป็นเพลงลูกทุ่งชาวอเมริกัน เมื่อฟังแล้วก็คล้ายกับการฟังเพลงลูกทุ่งของไทย โดยมีกลิ่นอายที่เมื่อหลับตาแล้วทำให้นึกถึงธรรมชาติ ทุ่งหญ้าอันกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เหมือนยืนกลางสายลมพร้อมบ้านเกิดที่สวยงาม หรืออาจทำให้นึกถึงภาพคาวบอยหนุ่มผู้ควบม้าต้อนฝูงสัตว์เข้าคอกตอนพระอาทิตย์อัสดง หรือก็คือช่วงเวลาเย็น ๆ ค่ำ ๆ บางเพลงอาจทำให้นึกถึงวัยเด็กที่สนุกสนานซุกซนกับเพื่อน ไม่ต้องรู้เรื่องร้าย ๆ รวมถึงแบกภาระมากมายซึ่งต้องเจอเมื่อโตขึ้นแล้วต้องมีความรับผิดชอบกว่าเดิม
เอกลักษณ์ด้านดนตรีและร้องเพลง
คันทรีเป็นแนวเพลงลูกทุ่งอเมริกัน มีเอกลักษณ์การร้องและดนตรีต่างกัน โดยสามารถกล่าวได้ดังต่อไปนี้
- ซึ่งมีวิธีร้องไม่เหมือนกับเพลงกระแสหลัก ดูคล้ายคลึงลูกทุ่งของไทย เสียงร้องในเพลงลูกทุ่งอเมริกันมีความแหบเล็ก ๆ เอื้อนสำเนียง เอื้อนคำ ต่างจากเพลงป๊อป แต่อาจมีเสียงเหน่อบ้างเฉพาะนักร้องบางคน
- การแต่งกายของนักร้องเป็นชุดใส่สบายไม่มีเครื่องประดับมากมายนัก ให้ภาพลักษณ์เป็นแนวคัดทรีติดดิน อาจใส่เป็นกางเกงยีนกับเสื้อเชิ้ตธรรมดา ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดแบบคาวบอยทุกครั้ง
- ดนตรีอเมริกันจะเน้นที่ฟังสบาย เล่นสด มีความคล้ายคลึงกับการเล่นโฟล์คซองปกติ เครื่องดนตรีเน้นกีต้าร์โปร่งไฟฟ้า กีตาร์โปร่ง ควบคู่ไปกับกลองสำหรับประกอบจังหวะเพื่อให้มีสีสันยิ่งขึ้นกว่าเดิม
- โดดเด่นเรื่องการเอาเครื่องดนตรีเฉพาะทางมาใช้ร่วมกับเครื่องดนตรีพื้นเมืองในบางเพลง ช่วยให้เกิดความรู้สึกแปลกหูและมีเสน่ห์ที่ต่างจากแบบอื่น
จากบทความข้างต้นนี้ทำให้ทุกคนได้รู้ว่าเพลงแนวคันทรีนี้ไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนักเนื่องจากมีการพัฒนาดนตรีแนวอื่นจนทำให้กลบเพลงเก่า ๆ ดั้งเดิมจนไม่มีใครสนใจ แต่ปัจจุบันมีการนำแนวเพลงคันทรีมาดัดแปลงให้ดูแปลกใหม่น่าสนใจกว่าเดิม ด้วยความสามารถการร้องเพลงของนักร้องชื่อดัง รวมถึงดนตรีในจังหวะโดดเด่น ก็สามารถเพิ่มความนิยมกลับมา และเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้นนั่นเอง
